The Wizard of Flower

The Wizard of Flower
“คุณสุริยา ครุฑทอง”
Chic Planner Worldwide Service

 

เพราะทุกก้าวคือความท้าทาย และทุกก้าวคือการร่ายมนต์แห่งความสุข

หนึ่งทศวรรษที่พ่อมดผู้มีเวทมนตร์ยากจะหาใครเทียบชั้นฝีมือของ “สุริยา ครุฑทอง” หรือ คุณกุ้ง Chic Planner ดั่งชีวิตได้โลดแล่นอยู่กับงานเบื้องหลังที่รอเวลารูดม่าน อวดโฉมความงามที่ถูกถักทอด้วยกลีบใบของหมู่พฤกษานานาพันธุ์ สัญลักษณ์แห่งความงามและตัวแทนความปรารถนาดีที่พร้อมส่งมอบช่วงเวลาอันอบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก  ถ้าคุณได้เห็นผลงานผ่านสายตา แล้วใช้หัวใจสัมผัส คงไร้ข้อกังขากับฉายานักสร้างสรรค์ความงามให้กับโลกใบนี้  “สุริยา ครุฑทอง”  ไม่ใช่แค่นักจัดดอกไม้ หากเป็นศิลปินผู้แต่งแต้มรอยยิ้มและความอิ่มเอมของดอกไม้ที่เติมเต็มด้วยเรื่องราวและไออุ่น


ให้ฉายาว่าพ่อมดแห่งวงการเวดดิ้งจะเกินจริงไปไหม?

“คุณพูดถูกแล้วล่ะ ผมไม่ใช่แค่นักจัดดอกไม้ แต่หัวใจคือการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนโฉมสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาร่วมแสดงความยินดี ให้มีความอลังการโดยใช้ดอกไม้สดเท่านั้น นั่นคืองานที่ผมทำ สิ่งที่ชัดเจนมากคือภาพ Before และ After คนเห็นแล้วทึ่ง ให้การยอมรับกับบรรยากาศที่สร้างความประทับใจอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ หรือเป็นความงดงามที่ไม่เคยเห็น อย่างน้อยๆ ในวงการเวดดิ้งด้วยกัน ไม่มีใครเคยทำโปรเจคท์ที่ผมเคยออกแบบมาก่อน”

“การทำงานของผมมากกว่าแค่การเป็นเวดดิ้งแพลนเนอร์ ทุกครั้งที่ได้รับโจทย์มา สิ่งที่ท้าทายความรู้สึกตัวเอง นอกเหนือจากการทำให้สถานที่สวยงาม จำเป็นต้องใช้ความเป็นนักสร้างสรรค์ ทั้งศาสตร์และศิลป์ ตลอดจนองค์ความรู้ทุกด้าน เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงและดูยิ่งใหญ่ที่สุด ใครจะเชื่อว่า Chic Planner สามารถเปลี่ยนหอประชุม โรงจอดรถแทรกเตอร์ โรงสีข้าว หรือแม้กระทั่งปิดถนน เนรมิตโลเคชั่นใหม่ที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิม  ท่ามกลางสักขีพยานที่มาร่วมแสดงความยินดีคู่วิวาห์ สิ่งเหล่านี้ยืนยันศักยภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี”


อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำงาน?

“แรงบันดาลใจของผมมาจากสิ่งรอบตัวบนโลกใบนี้  ธรรมชาติ ต้นไม้ ใบหญ้า เสียงเพลง สร้างแรงบันดาลใจได้หมด แต่ผมขอย้ำอีกทีนะว่าผมไม่ใช่นักจัดดอกไม้ หน้าที่ของผมไม่ใช่เรื่องความงามของดอกไม้อย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึก งานที่มีเสน่ห์ ไม่ใช่ความสวยแบบฉาบฉวย แต่ให้ความรู้สึกว่านี่คือของจริง เป็นเรียลิตี้ที่จับต้องได้ เป็นความประทับใจที่จีรังยั่งยืน”


สไตล์การทำงานของคุณฉายภาพอาร์ติสต์ขนาดไหน?

“คุณค่าความเป็นศิลปินของผม ถ่ายทอดอยู่ในทุกชิ้นงานที่ได้รับมอบหมาย ผมเชื่อว่าถ้าลูกค้ามีศักยภาพด้านงบประมาณ แต่คนทำงานขาดรสนิยม การทำงานไม่มีทางลุล่วง Chic Planner ใช้ดอกไม้สดทั้งหมด ดอกไม้สวยก็จริงแต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ต้องทดสอบโดยใส่น้ำดูว่าดอกไม้บานใช้เวลากี่ชั่วโมง เพื่อขึ้นมอคอัพ

“หากสถานที่จัดงานอยู่ต่างจังหวัด ปัจจัยสำคัญคือการขนส่ง ต้องมีห้องเย็นสำหรับดอกไม้  บางงานนำเข้าดอกไม้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะแต่ละธีมไม่เหมือนกัน  ต้องมีวิธีดูแลให้ดอกไม้สดและสวยจนถึงวันงาน  อีกทั้งการจัดงานในพื้นที่ต่างจังหวัดมีความยากกว่าการจัดในพื้นที่ของโรงแรม ต้องคำนวณตั้งแต่ความชื้นของห้อง กระแสไฟ อุณหภูมิห้อง การปรับความเย็น และเสียง  หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่น การกำจัดกลิ่นพื้นพรม เป็นการทำงานที่มีความซับซ้อน และมีโอกาสเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เช่น การเปลี่ยนโรงสีข้าวให้ออกมาหรูหรา อลังการ และสง่างาม ด้วยโครงสร้างเกิน 6 เมตร ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ โดยมีวิศวกรเซ็นรับรอง เพราะ Chic Planner  เน้นความปลอดภัยมาก่อนความสวยงามสำหรับทุกงาน สิ่งนี้สำคัญมาก

“ขณะที่งานเอาท์ดอร์ต้องคำนวณทั้งเรื่องโครงสร้าง ความร้อนของพื้นปูน ทำอย่างไรให้พื้นที่อมความร้อนทั้งวัน ตกเย็นไม่ระอุ การสร้างปราสาทสูงเท่ากับตึกสี่ชั้น ต้องคำนวณกระแสลม สิ่งที่ทำไม่ใช่แค่ความงาม ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในแต่ละโปรเจคท์ ยกตัวอย่างเช่นงานที่เชิญแขกมากที่สุด 16,000 คน ใช้สถานที่เอาท์ดอร์ แต่ลูกค้าอยากปรับให้เป็นอินดอร์ เลี้ยงโต๊ะจีน เจ้าภาพมีเวลาต้อนรับแขกเพียงหนึ่งชั่วโมง บริหารอย่างไรให้แขกทั้งหมดนั่งโต๊ะ ดูแลเรื่องอาหารอย่างไร ดนตรี การจั้มไฟกับเสาไฟฟ้าแรงสูงเพื่อรองรับการจัดงาน ยิ่งกว่างานศิลปะ แต่งานแต่งเป็นงานเดียวที่ให้ความรู้สึกและอารมณ์ที่ต่างจากงานอื่น เป็นงานเดียวที่คนร้องไห้แล้วมีความสุข”


คุณมักจะพูดเสมอว่าโชคดีที่มีทีมงานเต็มร้อย?

“ใช่ครับ เก่งคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทีม เราโชคดีที่ทีมทุกส่วนเต็มร้อย งานแต่ละงานมีรายละเอียดมาก คนทำต้องใจนิ่ง ล่าสุดงานเอาท์ดอร์ที่ชัยนาท เตรียมงานครึ่งเดือน เหลือเวลาส่งมอบไม่เกินบ่ายโมง เพื่อให้ทันงานที่เริ่มในเวลาหกโมงเย็น ปรากฏว่าพายุเข้าตอนตีห้าจนเกิดความเสียหาย ต้องเซ็ทงานที่เตรียมมาสองสัปดาห์ให้เสร็จภายใน 6 ชั่วโมง ธรรมชาติคาดเดายากมาก ทั้งที่คำนวณเผื่อไว้เยอะ แต่เราโชคดีมีทีมงานเจ๋งมาก โดยเฉลี่ยหนึ่งงานใช้ทีมประมาณ 50 คน และมากที่สุด 200 คน เพราะแต่ละส่วนงานแยกกัน เช่น ช่างจัดดอกไม้ ช่างไฟ ช่างเสียง ช่างภาพ ฯลฯ แต่ละคนเชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน  และเป็นทีมอินเฮ้าส์ทั้งหมด เพื่อควบคุมคุณภาพงานที่ออกมา”

 

อยากให้ถ่ายทอดความเป็น Chic Planner?

“คนไทยยังมีความสับสนระหว่างคำว่าเวดดิ้งแพลนเนอร์ กับฟลอริสต์ บางที่เก่งดอกไม้แต่ไม่มีทีมงานแพลนเนอร์ บางที่เป็นออแกไนซ์ แต่ไม่มีทีมฟลอริสต์ แต่ Chic Planner มีครบทั้งหมด ยากมากที่จะหาในเมืองไทย งานด้านนี้เป็นหนึ่งในงานฝีมือ ทั้ง passion และ craft เป็นงานละเอียดอ่อน และต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใช้ทุนสูงทำให้หลายออแกไนซ์เลือกโดดเด่นเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง สิ่งที่ลูกค้าได้จากความเป็น Chic Planner คือ ความพิเศษที่หาไม่ได้จากที่ไหน สำหรับการทุ่มเทและแพสชั่นอันแรงกล้าของเรา เรายังได้รับเกียรติ ได้รับรางวัล 32 Asia’s Most Influential Wedding Company by Signature Weddings Magazine”

“งานแต่งงานเป็นเรื่องราวของความฝัน จัดธีมไหนก็ได้ แต่ต้องเหนือกาลเวลา ผ่านไป  10-20 ปี ต้องไม่ล้าสมัย ไม่รู้สึกว่าเหมือนกำลังชมนิทรรศการ เพราะงานแต่งไม่ใช่แฟชั่น เป็นเรื่องราวของความคลาสสิค และงานแต่งเป็นเรื่องราวของวันๆ เดียว เรามีหน้าที่สร้างสรรค์วันเพียงหนึ่งวันให้มีความวาไรตี้  Chic Planner อยู่มาสิบปีกับคำว่าแต่งงาน บอกลูกค้าเสมอ ปัญหาพื้นฐานมีอะไร ถ้าลูกค้าเข้าใจ ทำใจกับปัญหาไว้ก่อน โอกาสเกิดปัญหาหน้างานมีน้อยมาก ในทางกลับกัน โอกาสเสี่ยงสูง เมื่อลูกค้าเข้าใจแต่จะทำ หรือรู้แต่ไม่เข้าใจ หากเกิดสิ่งไม่คาดฝันจะควบคุมไม่ได้”


ระหว่างความต้องการของลูกค้ากับความเป็นไปได้ ให้น้ำหนักอย่างไร?

“ต้องคุยกันก่อนเป็นอันดับแรก ดูคาแรคเตอร์ของบ่าวสาว และธีมงานที่คิดมา แต่ละคนมีความชื่นชอบไม่เหมือนกัน  ลูกค้าชอบแบบไหน เหมาะกับคาแรคเตอร์ไหม เวลาออกแบบจะมีสไตล์ของเราหรือเงาของเราอยู่ด้วย โชคดีที่ลูกค้าเห็นงานของ Chic Planner แล้วชอบ เพียงแค่เราดึงคาแรคเตอร์ รีเฟรชความเป็นคุณ ไม่ใช่แค่เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้หน้า ไม่ใช่แค่คนสองคน แต่เป็นชื่อเสียงที่ทั้งสองครอบครัวได้รับ”

“ต้องรู้จักตัวเอง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร คนทำงานจะสานต่อได้  ต้องรู้มีงบประมาณเท่าไหร่ Chic Planner จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้และมีความสุข ถ้ารู้ว่าไม่มีเวลา ควรจ้างเวดดิ้งแพลนเนอร์ เพราะเขาจะช่วยสานฝันให้คุณ ไม่มีใครลงลึกในรายละเอียดได้ดีเท่ากับคนรับจัดงานแต่ง แม้ไม่เคยแต่งงานมาก่อนก็ตาม แต่เป็นเพราะการจัดงานแต่งเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต และพร้อมจะช่วยต่อยอดตามสไตล์ที่ลูกค้าพึงพอใจ”

 

อยากให้เปรียบเทียบดอกไม้กับความรักของคู่บ่าวสาว?

“ดอกไม้คือความรัก ทุกวันคือความรัก ไม่มีใครมองดอกไม้แล้วร้องไห้ เป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ดอกไม้มีกลิ่นที่ทำให้เราผ่อนคลาย มีรูปลักษณ์ทำให้เรายิ้มโดยไม่รู้ตัว  บางคนชอบความนิ่งของคาลลาลิลลี่ บางคนชอบความเรียบง่ายแต่สง่างามของกุหลาบ บางคนชอบความหวานผสานความซับซ้อนของเพียวนี่ หรือบางคนชอบความลึกลับ แข็งแกร่ง ทนต่อสภาพอากาศปรวนแปร และมีความเป็นเอเชียสูงของกล้วยไม้ ความรักของบ่าวสาวมีหลายรูปแบบ สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความสุข  ดอกไม้เหมือนยาบำรุงใจ ช่วยทำให้คนผ่อนคลาย ดอกไม้มีความสดชื่น มีชีวิตชีวาและรื่นรมย์อยู่ในตัว การจัดงานที่ดีที่สุดต้องอิงความเป็นจริง เลือกใช้ดอกไม้ตามช่วงฤดูกาล เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณ ถ้าแพ้ดอกไม้ ต้องเลือกสายพันธุ์ที่ไม่ส่งกลิ่น การตกแต่งด้วยมวลหมู่ดอกไม้ บ่งบอกถึงรสนิยมของคนจัดงานและบ่าวสาวได้เป็นอย่างดี”


ดอกไม้อาจมีช่วงเวลาให้เชยชมเพียงไม่นาน แต่สิ่งที่จะเก็บไว้เนิ่นนานคือความทรงจำแสนพิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้

 

บทความจาก Wedding Creation+Honeymoon Magazine.
25 กรกฎาคม – กันยายน 2016