World of Chic

คุณกมลรัตน์  สุวรรณกูฏ (กอล์ฟ)  และ คุณสมคิด จริยาพรรุ่ง (เล็ก)

22 กุมภาพันธ์ 2557

ห้องรอยัล มณียา บอลรูม โรงแรมเรเนซองส์

 

 

ในยุคที่การติดต่อสื่อสารผ่านทาง Social Network กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน และนั่นทำให้คนสองคนได้รู้จัก พูดคุย เรียนรู้และพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นคนรัก เมื่อความรักสุกงอมได้ที่ ก็เป็นฤกษ์งามยามดีที่สองหัวใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน

 

คุณกอล์ฟและคุณเล็กรู้จักกันครั้งแรกผ่านทาง Social Network โดยเพื่อนสนิทของคุณกอล์ฟแนะนำให้คุยกันทาง BB หลังจากที่ทำความรู้จักกันได้สักระยะ คุณกอล์ฟจัดงานกันเกิดที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เลยชวนคุณเล็กและเพื่อนๆ มาร่วมงานด้วย และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้เจอหน้ากัน หลักจากนั้นก็พูดคุยพัฒนาความสัมพันธ์มาเรื่อยๆ คอยดูแลซึ่งกันและกันรวมไปถึงดูแลครอบครัวของอีกฝ่าย ยิ่งนานวันยิ่งรู้สึกว่าเป็นคนที่ใช่ สุดท้ายจึงตัดสินใจลั่นระฆังวิวาห์และสัญญาว่าจะรักและดูแลกันตลอดไป

จากนั้นทั้งคู่จึงเริ่มมองหา Wedding Planner เพื่อที่จะมาดูแลงานสำคัญครั้งนี้ให้ และได้ตัดสินใจเลือก Chic Planner ให้เป็นคนจัดการงานทั้งหมด เนื่องจากเคยเห็นฝีมือจากการจัดงานอื่นๆ มาและรู้สึกประทับใจ โดยธีมงานแต่งงานครั้งนี้เป็นธีมสีแดงไวน์ (Burgundy Red) เนื่องจากเจ้าสาวเกิดวันอาทิตย์  Backdrop เป็นกุหลาบสีแดงเข้ม ดอกให้พิเศษนำเข้าจากประเทศเคนย่า แล้วแซมด้วยก้านดอกไม้สีเขียว ซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าบ่าว เนื่องจากเจ้าบ่าวเกิดวันพุธนั่นเอง เนื่องจากเจ้าสาวอยากให้งานดูเรียบ หรู อลังการ ตามแบบแนวตะวันตก จึงได้จัดอุปกรณ์ตกแต่งบนโต๊ะวีไอพีเป็นคริสตัลแท้นำเข้าจากยุโรปทั้งหมด และเปลี่ยนอุปกรณ์รับประทานอาหารทั้งชุดให้สำหรับแขกวีไอพี เพื่อให้ดูพิเศษหรูหรา ปูโต๊ะด้วยผ้าสีดำคาดแถบเพชรเส้นสีเงิน นอกจากนี้ยังมีซุ้มไฟขนาดใหญ่จำนวนมากประดับตกแต่งทั่วทั้งบริเวณงาน เพิ่มความหรูหรา อลังการ ทำให้แขกตื่นตาตื่นใจและเหมือนตัวเองได้หลุดเข้าไปอยู่ในเมืองของเทพนิยาย

จุดเด่นที่สุดของงานคือซุ้มไฟภายในห้องจัดงานและดอกกุหลาบสีแดงเข้มจำนวนมากที่ทำให้ทั่วทั้งงานดูสวยงาม หรูหรา อลังการ ทำให้แขกที่มาร่วมงานทุกคนชื่นชอบ Decoration ที่ตกแต่งภายในงานกันอย่างไม่ขาดปากเลยทีเดียว ซึ่งต้องขอบคุณทาง Chic Planner ที่ช่วยออกแบบและดูแล เก็บรายละเอียดทุกอย่างเป้นอย่างดี ทำให้งานวันนี้เป็นที่น่าประทับใจมากจริงๆ

 

จากนิตยสาร Wedding Creation

Discover more

 

Vive la Couleur

 

 

คุณสุชาดา  จันทร์สุวรรณ (รุ้ง) และ  คุณภูวพันธ์ รัศมีกฤษ์เศรษฐ (ท๊อฟฟี่)

15 มีนาคม 2557

โรงแรม Renaissance

 

ความรักที่เริ่มต้นจากความใกล้ชิดสนิทสนม ถูกบ่มเพาะด้วยสายใยแห่งความผูกพัน เลยทำให้ทั้งคู่มีวันนี้ วันที่ตัดสินใจเป็นคู่ชีวิตกัน

คุณท๊อฟฟี่และคุณรุ้งเจอกันครั้งแรกสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ทั้งคู่มีโอกาสได้เรียนห้องเดียวกัน ก็เริ่มเริ่มสนิทกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเพื่อได้พูดคุยกันสักระยะหนึ่งก็ตัดสินใจคบหากัน ต่างประทับใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็นจนในที่สุดเมื่อผ่านไป 8 ปี ทั้งคู่ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน

เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเลือกจัดงานที่โรงแรม Renaissance โดยให้ทาง Chic Planner เป็นคนดูแลงานให้ทั้งหมด เพราะเคยเห็นตัวอย่างการจัดงานของ Chic มาก่อนแล้วชื่นชอบ จึงไว้วางใจให้ดูแล โดยงานวันนั้นเน้นที่การประดับตกแต่งด้วยดอกไม้อย่างอลังการทั่วทั้งงาน เพราะบ่าวสาวชื่นชอบดอกไม้เป็นพิเศษ และงานก็จัดออกมาได้อย่างหรูหราสวยงาม

เมื่อเดินเข้ามาในงานจะเป็นโต๊ะลงทะเบียนตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้ ถัดมาจะเป็น Backdrop สำหรับถ่ายรูปหมู่ซึ่งทำเป็นกำแพงดอกไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมา และเมื่อเดินเข้าสู่ภายในห้องจัดงานจะพบกับกำแพงดอกกล้วยไม้ขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างตระการตา พร้อมด้วย อีกทั้งยังมีช่อแชนเดอเรียดอกรักประดับด้วยคริสตัลห้อยระย้าลงมาอย่างสวยงามลงตัว ส่วนโต๊ะอาหารถูกสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษประดับตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศส และแจกันดอกไม้อย่างสวยงาม และที่ฐานของซุ้มเค้กก็ตกแต่งด้วยดอกไม้เช่นเดียวกัน

จุดเด่นที่สุดของงานนี้ คงอยู่ที่การนำดอกไม้สด โดยเฉพาะดอกกล้วยไม้ มาประดับตกแต่งทั่วทั้งงาน เพราะนอกจากจะสวยงามอลังการแล้ว ยังหอมกลิ่นดอกไม้อีกด้วย เหมือนกับความรักของทั้งคู่ที่สุกงอมและหอมหวานนั่นเอง ซึ่งคุณท๊อฟฟี่บอกว่า ต้องขอบคุณทาง Chic Planner เป็นอย่างมากที่ช่วยเนรมิตงานแต่งงานในฝันให้ ทีมงานทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ เก็บงานได้ละเอียดเรียบร้อยดีมาก ทุกอย่างเลยลงตัวและสมบูรณ์แบบสร้างความประทับใจให้จดจำเป็นอย่างดี

จากนิตยสาร Wedding Creation

 

 

LOVE BEYOND THE HORIZON

คุณชินจูอา  และ คุณศราวุฒิ  รัชนกูล (ยุ่น)

12 กรกฎาคม 2557

ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

 


รักข้ามขอบฟ้า
ถึงแม้ต่างชาติต่างภาษาก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับความรักของทั้งคู่ เพราะคุณยุ่น-ศราวุฒิใช้ทั้งความจริงใจและความพยายามในการพิชิตใจดาราสาวสวยชาวเกาหลี คุณชินจูอาไว้ได้ในที่สุด รวมไปถึงครอบครัวและเพื่อนๆ ของเธอด้วยทำให้เกิดเป็นงานแต่งงานในบรรยากาศสุดคลาสสิกท่ามกลางมวลดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์

When Love Was Born
ทั้งคู่พบกันครั้งแรกที่ประเทศไทยตอนคุณชินจูอามาเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อน โดยมีคุณยุ่นคอยเทคแคร์ตลอด ถึงแม้ตอนนั้นแทบจะสื่อสารกันไม่ได้เลยเนื่องจากคุณชินจูอาพูดได้เพียงภาษาเกาหลี แต่เมื่อความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้น ทั้งคู่จึงเริ่มศึกษาภาษาของอีกฝ่ายเพื่อสานความสัมพันธ์ขึ้นไปอีกขั้น จนความรักงอกงามมากกว่า 2 ปี คุณยุ่นจึงได้รวบรวมความกล้าเดินทางไปประเทศเกาหลีเพื่อสู่ขอผู้หญิงที่เขารักอย่างเป็นทางการ

White Classic Entrance
เวดดิ้งแพลนเนอร์เนรมิตทางเข้างานให้เป็นทางเดินสีขาว ด้านหน้าประดับด้วยภาพถ่ายของ บ่าว-สาว ด้านซ้ายและขวาตลอดทางกั้นเป็นผนังตกแต่งด้วยช่อดอกไม้เล็กๆ พร้อมโรยกลีบกุหลาบขาว ตรงกลางมีนกยูงสีขาวยืนอย่างสง่างามเหนือเตาผิง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนำสายตาให้แขกโฟกัสที่การตกแต่งของงานมากกว่าบรรยากาศของโรงแรม

Orchid Backdrop
แบ็กดร็อปดอกกล้วยไม้สีขาวสุดอลังการสื่อถึงความเป็นไทยผสานความคลาสสิกได้อย่างลงตัว เนื่องจากเจ้าบ่าวอยากให้งานออกมาในรูปแบบเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา และใช้ดอกไม้ภายในงานให้น้อยที่สุดตามสไตล์งานแต่งเกาหลี ทางแพลนเนอร์จึงได้รวบรวมความสวยงามของดอกไม้มาไว้ที่จุดนี้เพียงจุดเดียว เพื่อเอาใจแขกชาวไทยโดยเฉพาะ

Luxurious Crystal on Stage
เวทีหรูหราอลังการด้วยสายคริสตัลนับร้อยส่งประกายวิบวับเต็มเวที ตรงกลางจัดเป็นซุ้มผ้าขาวประดับดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ ส่วนนี้เจ้าบ่าวได้แรงบันดาลใจมาจากการจัดงานเอ๊าต์ดอร์สไตล์เกาหลี เสริมความหรูหราด้วยแซนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ และดอกยิปโซแล้วเพิ่มแสงเทียนอีกนิดเพื่อความโรแมนติก ทางเดินบนเวทีทำเป็นแคตวอล์คยกสูง ประดับกระถางดอกยิปโซและน้ำพุไปจนสุดทาง ซึ่งตกแต่งทั้งหมดตอบโจทย์เจ้าสาวทุกประการ คืออยากให้งานออกมาเรียบหรูโรแมนติก ไมใช้ดอกไม้เยอะและต้องเป็นสีขาวล้วนเท่านั้น

Special Wedding Cake
เวทีเค้กโดดเด่นอยู่ตรงสุดทางเดิน โดยมีกระถางดอกไม้ขนาดใหญ่ตั้งล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ตรงกลางสวยงามด้วยเค้กแต่งงานสีขาวขนาดใหญ่ดีไซน์คลาสสิกสไตล์ยุโรปที่บ่าว-สาวสั่งทำพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

Romantic Ceremony
เริ่มพิธีด้วยการเปิดตัวเจ้าบ่าวบนเวทีเดินไปรับเจ้าสาวที่เข้ามางานพร้อมกับคุณพ่อ ด้วยลุคสง่างามรามเจ้าหญิง และก่อนที่บ่าว-สาวจะเดินควงคู่ขึ้นสู่เวที เจ้าบ่าวได้ก้มลงกราบเท้าคุณพ่อเจ้าสาว ทำเอาทุกคนถึงกับน้ำตาปริ่มกับเซอร์ไพร้ส์นี้ ส่วนในช่วงสัมภาษณ์ทั้งคู่ต่างให้คำสัญญาแสนหวานต่อกันจนน้ำตาลเรียกพี่ ต่อด้วยการฉายวีดีโอพรีเซ็นเทชั่นบรรยากาศการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งสวยๆ ริมทะเล ก่อนจะปิดท้ายด้วยการตัดเค้กและโยนช่อดอกไม้ ซึ่งมีสาวๆ ทั้งไทยและเกาหลีมารอรับกันแน่นขนัดโดยที่พิธีกรไม่ต้องบิลด์เลย

Thai Style & Korean style
พิธีของเกาหลีจะคล้ายๆ กับการแต่งงานในโบสถ์ เริ่มจากแยกเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวไม่ให้เจอกันก่อนงานเริ่ม เมื่อถึงเวลาเจ้าสาวจะเดินมาพร้อมกับคุณพ่อแล้วส่งต่อเจ้าสาวให้เจ้าบ่าวเดินขึ้นสู่เวทีพร้อมกัน ต่อด้วยประธานของงานกล่าวอวยพร โดยบ่าว-สาวต้องยืนหันหน้าเข้าหาประธาน จบแล้วจะมีเพื่อนบ่าว-สาวขึ้นมาร้องเพลงให้ จากนั้นจึงตัดเค้กแต่งงาน ซึ่งเค้กของเกาหลีจะใช้เป็นเค้กปอนด์ของจริงขนาดใหญ่ โดยพิธีทั้งหมดจะเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง และมักเชิญแขกไม่เกิน 200 คน ที่สำคัญ แขกทุกคนจะต้องนั่งเก้าอี้ที่เซตไว้ไม่มีการยืนเด็ดขาด และในงานไม่มีอาหารเสิร์ฟแต่จะแจกคูปองเพื่อให้ไปรับประทานตามจุดที่โรงแรมบริการ

Cultural Compromise

– เกาหลีไม่เน้นใช้สีเยอะ งานนี้จึงเลือกใช้โทนสีขาวเพราะคุมโทนมากที่สุด ส่วนแบ็กกราวนด์ของเวทีหากทำเป็นสีขาวทั้งหมดอาจจะดูไม่สวย จึงปรับด้วยการนำกระจกมาตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ดูหรูหราขึ้น

-เกาหลีไม่เน้นดอกไม้เยอะ เลือกแซมดอกไม้ตามจุดต่างๆ ของงาน บนโต๊ะและระหว่างทางเดินเพื่อช่วยให้งานดูมีรายละเอียดมากขึ้น

– เวทีแคตวอล์ค จัดให้เหมือนงานเกาหลีโดยทำเป็นทางยาวไปจนสุดเวที แล้วปรับให้เข้ากับงานไทยด้วยการเพิ่มเวทีด้วยการเพิ่มเวทีเค้กตรงสุดทางเดินและตกแต่งด้านข้างอีกเล็กน้อย

– การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง 2 ประเทศ 2 อารมณ์

In Korea บ่าว-สาวนิยมถ่ายภาพพรีเวดดิ้งในสตูดิโอ สามารถเซตทุกอย่างให้เหมือนจริงได้หมด เช่น บรรยากาศสวน หรือห้องต่างๆ หากบ่าว-สาวคู่ไหนต้องการถ่ายแบบเอ๊าต์ดอร์ก็จะนิยมเดินทางไปถ่ายต่างประเทศ สำหรับการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ที่เกาหลีของคุณยุ่นและคุณชินจูอาไม่มีคอนเซ็ปต์เป็นพิเศษ แต่ต้องการให้ออกมาดูดีมีสไตล์โดยเน้นไปที่ตัวของบ่าว-สาวให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะ ซึ่งงานนี้คุณชินจูอาลงมือหาสตูดิโอด้วยตัวเองจนทำให้ได้ภาพสวยงามถูกใจทั้งคู่

In Thailand การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่ไทยค่อนข้างต่างกับที่เกาหลีมากเพราะเน้นการถ่ายแบบเอ๊าต์ดอร์ โดยบ่าว-สาวเลือกไปถ่ายพรีเวดดิ้งริมทะเลที่โรงแรมศรีพันวา ซึ่งเน้นบรรยากาศและฟีลลิ่งสบายๆ มากกว่าเน้นตัวคน ฉะนั้นความเป๊ะของการแต่งหน้าหรือทำผมอาจไม่เท่ากับการถ่ายที่เกาหลี เจ้าสาวบอกว่าการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งริมทะเลเป็นอะไรที่คนเกาหลีตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะชายหาดของเกาหลีส่วนใหญ่เป็นหิน ไม่สวยงามเท่าหาดทรายของเมืองไทย

จากนิตยสาร WE